หลังจากที่คู่รักไทยลาวได้ใช้เวลามาระยะหนึ่งแล้ว ในการจัดเตรียมเอกสารของคู่รักทั้งสองฝ่ายจนครบหมด ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาเดินเรื่องตามขั้นตอนในประเทศลาวซักที โดยขั้นตอนในประเทศลาว ที่เราจะต้องดำเนินการทั้งหมดมีอยู่ 4 ขั้นตอน หรือที่ผมจะเรียกว่า 4 ด่านด้วยกัน ได้แก่
ด่านที่ 1 การยื่นคำร้องฯ ที่ ปกส. เมือง ด่านที่ 2 การยื่นคำร้องฯ และเข้ารับการสัมภาษณ์ที่ ปกส. แขวง ด่านที่ 3 การยื่นคำร้องฯ และเข้ารับการสัมภาษณ์ที่ กรมตำรวจคุ้มครองคนต่างประเทศ หรือที่ ตม. และ ด่านสุดท้าย ด่านที่ 4 คือการยื่นรับรองนิติกรณ์เอกสารของฝ่ายคนลาว ที่กรมกงสุลลาว ในประเทศลาว ก่อนนำกลับมาใช้จดทะเบียนสมรสในประเทศไทย
และสำหรับ EP นี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสกับคนต่างชาติในขั้นเมือง นั่นคือที่ ปกส. เมืองกันก่อนนะครับ โดยในขั้นเมืองนี้ ภารกิจสำคัญ ของเราก็คือ การนำเอกสารทั้งหมด ทั้งของฝ่ายลาว และของฝ่ายไทยที่เราได้จัดเตรียมเอาไว้ใน EP14 ไปยื่นที่แผนกสันติบาล ของ ปกส. เมืองที่ฝ่ายคนลาว มีชื่ออยู่ในสำมะโนครัว หรือในทะเบียนบ้าน เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของฝ่ายคนลาว และเพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ของรายการเอกสาร ตามดำรัสนายกรัฐมนตรีของประเทศลาว ว่าด้วยการแต่งงานระหว่างพลเมืองลาว กับคนต่างประเทศ ฉบับเลขที่ 184/ลบ ลงวันที่ 10/03/2021
ถ้าเราได้จัดเตรียมเอกสารตามคำแนะนำใน EP14 ครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรยาก เพราะมันเป็นแค่ขั้นตอนการตรวจเอกสารเท่านั้น ขอย้ำนะครับว่า เป็นขั้นตอนของการตรวจสอบเอกสารเท่านั้น !!
สำหรับวิธีการยื่นเอกสารที่ ปกส. เมืองนี้ โดยทั่วไปแล้วเราสามารถให้คนอื่นไปยื่นแทนเราก็ได้ หรือเรา ที่เป็นคู่รักฝ่ายไทย หรือฝ่ายลาว จะไปยื่นด้วยตัวเองก็ได้ นี่คือหลักปฏิบัติทั่วไปที่ผ่านมานะครับ เป็นแบบนี้ แต่ช่วงหลังได้ยินมาว่าบางเมือง คู่รักไทยลาวต้องไปยื่นด้วยตัวเองเท่านั้นคือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก็ได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ อีกหลายเมือง ในหลายแขวง ก็ยอมให้มีการยื่นเอกสารโดยผ่านบุคคลอื่นด้วยเหมือนกัน เรียกได้ว่าไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ในแต่ละเมืองนั่นเองเป็นผู้กำหนด
ดังนั้น ถ้าให้ผมแนะนำ กรณีที่คู่รักฝ่ายลาวอยู่ที่ลาว การไปยื่นด้วยเราตัวเองเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าคู่รักทั้งสองฝ่ายไม่อยู่ที่ลาว หรือไม่สะดวกเดินทางไป ก็ลองให้ญาติพี่น้องที่อยู่ที่ลาวลองไปยื่นให้ก่อน ถ้าทางเมืองรับคือจบก็ไปต่อได้เลย ถ้าไม่รับ ต้องไปยื่นด้วยตัวเอง ก็ลองพิจารณากันดูว่าจะไปในช่วงเวลาไหนที่เราสะดวกที่สุดที่จะเดินทางไป
สำหรับเรื่องการไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง หรือให้คนอื่นไปยื่นแทนให้นี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมให้เราได้พิจารณาต่อในแง่ที่ว่า ที่ไม่รับเพราะอยากให้คู่รักไปยื่นเอกสารเองจริง หรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง ขอให้ติดตามในหัวข้อต่อไปที่อยู่ในคลิปนี้ ถัดจากนี้นะครับ
ใครควรเป็นคนไปยื่นเอกสารที่ ปกส. เมือง
เรื่องการยื่นเอกสารที่ ปกส. เมืองเนี่ย ตามหลักที่ผ่านมาจริงๆ เราจะให้คนอื่นไปยื่นแทนก็ได้ หรือตัวเรากับแฟนจะไปยื่นกันเองก็ได้ครับ แต่ช่วงหลังมานี้เริ่มมีข่าวแว่วๆ มาว่า บางเมืองเริ่ม ‘เข้มงวด’ ขึ้น คือบังคับว่าคู่รักต้องไปปรากฏตัวเพื่อยื่นเอง (ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้)
แต่ก็อย่างที่บอกครับ… มาตรฐานแต่ละแขวงไม่เหมือนกัน บางที่ก็ยังยอมให้ญาติไปยื่นแทนได้อยู่ เรียกง่ายๆ ว่า ‘ไม่มีกฎตายตัว’ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่เมืองนั้นๆ เขาจะกำหนดมายังไงครับ
ผมเลยมีคำแนะนำแบบนี้ครับ:
ถ้าแฟนเราฝ่ายลาว อยู่ที่ลาวอยู่แล้ว การให้เขา ไปยื่นด้วยตัวเอง คือทางเลือกที่ชัวร์ที่สุดครับ สบายใจกว่าเยอะ
แต่ถ้าทั้งคู่อยู่ไทย หรือไม่สะดวกเดินทางจริงๆ ลองให้ญาติพี่น้องที่อยู่ลาว ‘ไปลองสนาม’ ยื่นให้ก่อนครับ ถ้าเขารับเรื่องก็คือจบ เราก็ไปต่อขั้นตอนอื่นได้เลย
แต่ถ้าเขาไม่รับจริงๆ และยืนยันว่าต้องไปเอง เราค่อยมาวางแผนกันอีกทีว่า จะหาเวลาว่างช่วงไหนที่สะดวกที่สุดเดินทางไปยื่นครับ
และที่สำคัญนะครับ… เรื่องที่เขาไม่ยอมให้คนอื่นยื่นแทน แล้วบังคับให้เราไปเองเนี่ย มันมี ‘เบื้องลึกเบื้องหลัง’ มากกว่าแค่เรื่องเอกสารครับ เขาอยากให้เราไปเองจริงๆ หรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงกันแน่? หัวข้อถัดไปในคลิปนี้มีคำตอบครับ อย่าเพิ่งรีบไปไหนละ!”
ในการเดินทางไปยื่นเรื่องที่ ปกส. เมืองนั้น ผมอยากให้ทุกคนเตรียมใจไว้ก่อนเลยว่า เรามีโอกาสได้เจอสถานการณ์ 2 รูปแบบครับ แบบแรกคือ ‘ขั้นตอนมาตรฐาน’ ตามระเบียบเป๊ะๆ ทุกอย่างเดินไปตามลำดับปกติ กับแบบที่สองคือการได้รับบริการใน ‘กรณีเฉพาะหน้า’ ซึ่งอาจจะมีเรื่องของดุลยพินิจหรือขั้นตอนพิเศษเพิ่มเข้ามาครับ”
1. ขั้นตอนมาตรฐานตามระเบียบการ
เมื่อเจ้าหน้าที่แผนกสันติบาลของ ปกส. เมือง ได้ทำการตรวจสอบเอกสารของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่อง และการส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป นั่นคือระดับแขวง ซึ่งเอกสารที่ว่านี้ แต่ละแขวงก็จะออกให้เราไม่เหมือนกัน บางเมืองออกเอกสารที่มีชื่อว่า “สะโหนดนำส่ง” หรือ “โฉนดนำส่ง” หรือ “ใบเสนอผ่านเอกสารแต่งดอง” และบางเมือง อาจมี “ใบคำเห็นการประกอบเอกสารแต่งดอง” หรือ “หนังสือยั่งยืนเอกสารแต่งดอง” เพิ่มเข้ามาด้วยก็มี หรือบางเมืองมีแค่ โฉนดนำส่ง เพียงอย่างเดียวก็มี
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างการติดตามเนื้อหาของผม ผมจะขอเรียกเอกสารทั้งหมด ไม่ว่าจะมีเอกสารกี่อย่างก็แล้วแต่ที่ได้ในขั้น ปกส. เมืองนี้ ว่า “เอกสารนำส่งจาก ปกส. เมือง” ก็แล้วกันนะครับ
สำหรับค่าธรรมเนียม อันนี้ผมหมายถึงค่าธรรมเนียมที่ทาง ปกส. เมืองเรียกเก็บตามระบบนะครับ ของแต่ละเมืองก็ไม่เท่ากันอีก อยู่ที่ประมาณ 250,000 – 300,000 กีบ และไม่มีใบเสร็จให้นะครับ อันนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษา 2026 ที่ผ่านมานี่เอง
สำหรับระยะเวลาในการออก “เอกสารนำส่งจาก ปกส. เมือง” นั้น เช่นกัน แต่ละเมืองก็อาจมีความเร็ว หรือช้าแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่นั่น อย่างเร็วที่สุดก็วันเดียวได้ ยื่นเช้า ได้บ่ายก็มี เพราะเอกสารนำส่งนี้ ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร บางเมืองใช้พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ แต่บางเมืองก็ใช้วิธีเขียนด้วยลายมือก็ไม่ผิดอะไร
ส่วนอย่างช้า รอนานเป็นเดือนก็มี ทั้งนี้ เอกสารจะได้ช้า หรือได้เร็วก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นถ้าเรามี Connection ภายใน หมายถึงรู้จักกับคนภายใน ปกส. เมือง หรือได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่มีบารมี มีชื่อเสียง หรือเป็นที่เคารพของเจ้าหน้าที่ใน ปกส. เมือง ก็อาจช่วยให้เราได้รับเอกสารเร็วขึ้น แต่ถ้าเข้าไปติดต่อโดยตรงตามประสาชาวบ้านธรรมดา ก็อาจเจออุปสรรคที่สร้างความเหนื่อยหน่าย ท้อใจให้กับเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากที่เราได้ดู ขั้นตอนมาตรฐานตามระเบียบการ กันไปแล้ว ในส่วนนี้ผมอยากจะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘กรณีเฉพาะ’ หรือขั้นตอนที่อาจมีความคลาดเคลื่อนไปจากปกติบ้าง ซึ่งจากประสบการณ์และข้อมูลที่ได้รับมา คู่รักแต่ละคู่มีโอกาสพบเจอสถานการณ์ที่แตกต่างกันครับ บางคู่อาจราบรื่นตามระเบียบ 100% บางคู่อาจเจออุปสรรคบ้าง หรือบางคู่อาจเจอแบบ ‘ไฮบริด’ คือมีความล่าช้าสลับกับความราบรื่น ก็อาจมีความเป็นไปได้
เพื่อให้ทุกท่านเตรียมตัวรับมือได้อย่างเท่าทัน เรามาลองดูรูปแบบของสถานการณ์ ‘นอกเหนือมาตรฐาน’ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการเตรียมตัวครับ”
2. การได้รับบริการในกรณีเฉพาะ
สำหรับการได้รับบริการใน ‘กรณีเฉพาะ’ นั้น มักจะเกิดขึ้นในลักษณะที่ว่า แม้เราจะมั่นใจว่าเตรียมเอกสารมาครบถ้วนถูกต้องตามระเบียบทุกประการ แต่กลับพบอุปสรรคในขั้นตอนการตรวจสอบที่ดูจะซับซ้อนกว่าปกติ ผมเชื่อว่าหลายท่านมีสัญชาตญาณที่สัมผัสได้ว่า สถานการณ์เริ่มมีความไม่ชัดเจน หรือมีการใช้ดุลยพินิจที่ทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานหยุดชะงัก
หากคุณเริ่มสัมผัสได้ถึงสัญญาณความล่าช้าที่ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ ให้สันนิษฐานได้ว่าคุณกำลังเข้าสู่ขั้นตอนที่อาจมีการเสนอ ‘กลไกพิเศษ’ เพื่อเร่งรัดกระบวนการ ซึ่งสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าเรากำลังเจอเข้ากับสถานการณ์นอกเหนือมาตรฐานเหล่านี้ มีข้อสังเกตดังนี้ครับ:”
1. เรื่องการ 'ดึงเวลา' แบบไม่มีกำหนด:
สถานการณ์ที่เจอกันบ่อยคือ พอเรายื่นเอกสารไปแล้ว เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า ‘ยังทำให้ไม่ได้’ พร้อมเหตุผลสารพัดที่ฟังดูติดขัดไปหมด เช่น นายไม่อยู่หลายวัน คนทำไม่อยู่ หรือแม้แต่เครื่องปริ้นเสีย แล้วทิ้งท้ายแค่ว่า ‘เดี๋ยวเสร็จแล้วจะโทรบอก’ โดยไม่ยอมบอกว่าจะได้วันไหน
ถ้าใครเจออาการ ‘บ่ายเบี่ยง’ แบบนี้ ให้รีบขอเบอร์โทรตรงของเจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องเราไว้เลยครับ บอกว่าเอาไว้ใช้ตามงาน และให้รู้ตัวไว้เลยว่า คุณอาจจะกำลังถูกดึงเข้าสู่ช่วงการเสนอ ‘ทางลัดพิเศษ’ หรือต้องมีค่าเสียเวลาบางอย่าง เพื่อให้งานเดินหน้าต่อได้ครับ”
2. เตรียมใจกับ 'เอกสารงอก' ในแต่ละเมือง:
นอกจากเอกสารมาตรฐานที่กฎหมายระบุไว้แล้ว อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ ‘ระเบียบเฉพาะถิ่น’ ครับ เพราะแต่ละแขวงเขาอาจจะขอเอกสารไม่เหมือนกันเลย เช่น บางที่อาจจะขอ ‘ใบรับรองที่อยู่’ เพิ่มมาเฉยเลย บางแขวงก็อยากได้สำเนาทะเบียนบ้าน หรือใครที่ทำงานอยู่ไทยก็อาจจะโดนขอใบรับรองที่พักในไทยเพิ่มด้วย
ถ้าเราไปเปิดดู ‘กฎหมายแต่งงาน (ฉบับปี 2021)’ จริงๆ มันไม่ได้ระบุว่าต้องใช้นะครับ แต่ในหน้างานจริง ถ้าเจ้าหน้าที่เขาจะเอา เราก็ต้องหาให้ครับ ผมไม่แนะนำให้เอากฎหมายไปกางเถียงกับเขาตรงๆ เพราะไม่เป็นผลดีกับเราแน่ๆ ถ้าใครอยากให้เรื่องจบไว เขาขออะไรมา เราก็จัดไปตามนั้นครับ
ทริคสำคัญคือ: พอเขาบอกว่าขาดนั่นขาดนี่ ให้เราถามกลับแบบยิ้มแย้มเลยว่า ‘ถ้าได้ตัวนี้มาเพิ่มแล้ว คือครบจบเลยใช่ไหมครับ จะไม่มีขออย่างอื่นเพิ่มอีกแล้วนะ’ เพื่อเป็นการมัดจำคำพูดเขาไว้ ไม่ให้เขาดึงเรื่องเรายาวไปเรื่อยๆ แต่ถ้าสุดท้ายจัดให้ครบทุกอย่างแล้ว เรื่องยังไม่เดินหรือยังดูท่าทางจะไม่จบง่ายๆ ก็ให้รู้ตัวไว้เลยครับว่า ถึงเวลาต้องใช้ ‘น้ำมันหล่อลื่นพิเศษ’ หรือจ่ายค่าทางด่วนเพื่อให้เรื่องมันไหลลื่นแล้วล่ะครับ”
3. โดนทักว่า 'ทำเอกสารไม่ถูก' โดยเฉพาะเรื่องหนังสือหมั้นหมาย:
มุกที่เจอกันบ่อยคือ เจ้าหน้าที่จะบอกว่า ‘หนังสือหมั้นหมาย หรือบทบันทึกสู่ขอ’ ของเราใช้ไม่ได้นะ เพราะไม่มีตำรวจ (ปกส. เมือง) ไปนั่งเป็นพยานด้วยตอนทำพิธี… ถ้าใครเจอประโยคนี้ อย่าเพิ่งตกใจครับ ฟังผมอธิบายก่อน
จริงๆ แล้ว ในแบบฟอร์มมาตรฐานของหลายแขวง รายชื่อพยานที่ต้องเซ็นรับรู้ในหนังสือหมั้นหมายจะมีมากสุดแค่ 6 ฝ่ายเท่านั้นครับ คือ:
1. ตัวแทน ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้าน (แนวโฮม)
2. ตัวแทน กลุ่มวัยรุ่น (ชาวหนุ่มบ้าน)
3. ตัวแทนสมาคมแม่บ้าน (สหพันธ์แม่หญิง)
4. ตัวแทน องค์การจัดตั้งฝ่ายหญิง
5. ตัวแทน องค์การจัดตั้งฝ่ายชาย
6. ตำรวจท้องที่ (ปกส. กลุ่มบ้าน)
เห็นไหมครับว่า ไม่มีรายชื่อ ปกส. ระดับเมือง อยู่ในนั้นเลย! เพราะฉะนั้นถ้าเขาบอกว่าเราทำผิดขั้นตอนเพราะขาด ปกส. เมือง ให้เรารู้ไว้ในใจพอครับว่า ‘เขากำลังหาเรื่องดึงเวลาเราแล้วล่ะ’
แต่ก็นั่นแหละครับ… แม้เราจะรู้เต็มอกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ในเมื่ออำนาจการเซ็นอยู่ที่เขา การไปยืนเถียงหรือกางระเบียบสู้ก็อาจจะไม่ชนะ แถมเรื่องจะค้างเติ่งยาวกว่าเดิม วิธีที่เจ็บแต่จบไวที่สุดคือ ‘ตามน้ำ’ ไปครับ ใครไม่อยากไปวิ่งหาพยานเพิ่มให้ปวดหัว ก็ต้องเตรียมตัวเข้าช่อง ‘ทางด่วนพิเศษ’ เพื่อให้เขาช่วยเซ็นผ่านให้จบๆ ไปครับ”
4. โดนสัมภาษณ์แบบจัดหนัก สร้างความกดดันเกินหน้าที่:
เรื่องนี้มักจะเกิดกับฝ่ายหญิงชาวลาวที่ต้องไปยื่นเอกสารด้วยตัวเองครับ บางครั้งเราจะเจอเจ้าหน้าที่ (ที่จริงๆ แค่มีหน้าที่รับเอกสาร) สวมวิญญาณเป็นผู้คุมสอบ สัมภาษณ์เราซะละเอียดยิบ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ขั้นตอนการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการมันต้องไปรอที่ขั้น ปกส. แขวง หรือ ตม. นู่นครับ!
พฤติกรรมที่เจอก็คือ เขาจะพยายามขุดเรื่องส่วนตัวของเรากับแฟนแบบลึกสุดๆ เช่น แฟนทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ เจอกันได้ยังไง บางทีมาในคราบ ‘ผู้หวังดี’ บอกว่าห่วงนะ กลัวน้องจะโดนหลอกไปค้ามนุษย์บ้างล่ะ ถามจี้ใจดำให้เราไขว้เขวบ้างล่ะ เช่น ‘แน่ใจเหรอว่าเขาเป็นคนดี?’ หรือ ‘มั่นใจได้ยังไงว่าจะไม่โดนทิ้ง?’
ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?
ผมบอกเลยว่านี่คือ ‘เทคนิคสร้างความกลัว’ ครับ เขาพยายามทำให้เราเสียความมั่นใจ พอเราเริ่มลน เริ่มกดดัน เขาก็จะตบท้ายนิ่มๆ ว่า ‘เอกสารน้องทำมาไม่ถูกนะ กลับไปทำมาใหม่ให้หมด’
ถ้าเจอกดดันแบบนี้ ผมแนะนำว่าให้ตั้งสติครับ ตอบไปตามตรงแบบสุภาพ ไม่ต้องไปเถียงให้มีอารมณ์ เพราะเป้าหมายสุดท้ายของเขาไม่ได้อยู่ที่คำตอบของเรา แต่อยู่ที่การบีบให้เรารู้สึกว่า ‘เรื่องมันยากจัง’ เพื่อจะได้ยอมจ่าย ‘ค่าอำนวยความสะดวก’ ให้เขานั่นเองครับ”
"เทคนิคการเจรจา และข้อควรปฏิบัติ เมื่อต้องเข้าช่อง 'ทางด่วน':
พอเราเริ่มมั่นใจแล้วว่าโดนดึงเรื่องแน่ๆ และตัดสินใจว่าจะใช้ทางลัดเพื่อให้เรื่องจบ ผมแนะนำให้ใช้การ ‘เจรจาแบบสุภาพ’ ครับ ลองถามหรือขอร้องเขาไปตรงๆ เลยว่า ‘พอจะมีทางไหนที่ช่วยให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นหรือเร็วขึ้นไหม? รบกวนช่วยแนะนำหน่อย’
ถ้าเขาถามกลับมาประมาณว่า ‘จะให้ช่วยยังไงล่ะ?’ นั่นแหละครับคือสัญญาณเปิดไฟเขียว ให้เราเริ่มตกลงเงื่อนไขกันตรงนั้นได้เลย
ข้อควรปฏิบัติที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:
1. นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว: พูดให้น้อย ให้ข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นที่สุด ไม่ต้องไปเล่าเรื่องส่วนตัวหรืออวดฐานะอะไรทั้งนั้นครับ
2. รู้ทันแต่ไม่ต้องโวยวาย: ต้องเข้าใจความจริงข้อหนึ่งว่า ในหน้างานนั้นอำนาจอยู่ที่เขา ต่อให้เรามั่นใจว่าเอกสารเป๊ะแค่ไหน แต่ถ้าเขาจะบอกว่า ‘ผิด’ เขาก็หาที่ติจนได้ครับ การไปเถียงให้ชนะมีแต่จะทำให้เรื่องค้างเติ่ง
3. เตรียมงบและต่อรอง: เมื่อรู้ว่าต้องใช้ ‘ปัจจัยเสริม’ ก็ขอให้เตรียมงบสำรองไว้ส่วนหนึ่ง และพยายามต่อรองให้จบในยอดที่เราไหว และต้องชัวร์ว่าจ่ายแล้วเรื่องต้องเดินต่อทันทีนะครับ
ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากเสียเงินเพิ่มหรอกครับ แต่ถ้ามันช่วยให้เราผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากนี้ไปได้ไวขึ้น บางครั้งมันก็คือค่าธรรมเนียมความสบายใจ ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ทุกคู่มีสติ รู้เท่าทัน และผ่านด่านนี้ไปได้แบบราบรื่นทุกท่านนะครับ”
สำหรับ “ข้อมูลปัญหา และอุปสรรคที่ผมรวบรวมมาให้ดูข้างต้นเนี่ย เป็นเพียง ‘ตัวอย่างบางส่วน’ ที่พวกเราเจอ และรวบรวมได้ถึงแค่วันที่ทำคลิปนี้เท่านั้นนะครับ ซึ่งในอนาคต ผมบอกเลยว่ามันอาจจะมีมุกใหม่ๆ หรือปัจจัยอื่นๆ งอกออกมาได้อีกเรื่อยๆ ตามแต่สถานการณ์หน้างานครับ
และเพื่อให้ข้อมูลของเรา ‘อัปเดต’ อยู่ตลอดเวลา ใครที่อยากได้ข้อมูลที่สดใหม่กว่าในคลิป หรืออยากรู้เรื่องราวใหม่ๆ ที่เพื่อนๆ ไปเจอมา ผมได้รวบรวมทุกอย่างไว้ใน Facebook Group: จดทะเบียนสมรสไทย-ลาว เรียบร้อยแล้วครับ
อัพเดทข้อมูล การจดทะเบียนสมรสไทยลาวด้วยตัวเอง ผ่าน Facebook Group ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย !!
เนื่องจากกลุ่มนี้เป็น ‘กลุ่มลับ’ ที่เน้นแชร์ข้อมูลกันแบบวงในจริงๆ ใครที่ไม่อยากพลาดข้อมูลที่นอกเหนือจากในคลิปนี้ หรืออยากหาเพื่อนร่วมชะตากรรมที่พร้อมให้คำปรึกษา ก็กดขอเข้าร่วมกลุ่มกันมาได้เลยครับ แล้วไปเจอกันในบ้านหลังใหญ่นะครับ”
“ทิ้งท้ายไว้นิดนึงครับ… ถ้าใครยังลังเล หรือมีจุดไหนที่ยังสงสัยเรื่องการจดทะเบียนสมรสไทย-ลาวด้วยตัวเองอยู่ ไม่ต้องเก็บไว้ให้ปวดหัวคนเดียวครับ ทักมาคุยกันก่อนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้าคลิปนี้มีประโยชน์ ฝากกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และเพื่อให้เพื่อนๆ คู่อื่นได้เห็นข้อมูลนี้ด้วยนะครับ ส่วนใครอยากรู้เรื่องไหนเพิ่ม คอมเมนต์ไว้ที่ใต้คลิปนี้ได้เลย
แล้วพบกันใหม่ในคลิปตอนต่อไป EP-16 ด่านที่ 2 ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสไทยลาว และสัมภาษณ์ที่ ปกส. แขวง
