ชนเผ่ากึมมุได้ตั้งถิ่นฐาน และดำรงชีวิตอยู่ตามแขวงภาคเหนือลงมาถึงแขวงคำม่วน, ชนเผ่าลาวบางท้องถิ่นจะถือว่าเผ่ากึมมุเป็นชนเผ่าอ้าย, ชนเผ่ายังมีอยู่ตามประเทศใกล้เคียงเช่น อยู่ที่ประเทศจีน, ประเทศเวียดนาม และราชอาณาจักรไทย
ชนเผ่ากึมมุ ใน สปป.ลาว มีประชากรทั้งหมด 613,893 คน เท่ากับ 10.9% ของพลเมืองทั่วประเทศ 1ข้อมูล ณ ปี 2015
ชนเผ่ากึมมุที่แยกย้ายอยู่แต่ละที่
- แขวงพงสาลี: มีอยู่ทุกเมือง ยกเว้น เมืองบุนเหนือ และเมืองยอดอู
- แขวงหลวงน้ำทา: มีอยู่ทุกเมือง ยกเว้นเมืองลอง
- แขวงบ่อแก้ว: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงอุดมไซ: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงไซยะบูลี: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงหลวงพระบาง: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงหัวพัน: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงเซียงขวาง: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงเวียงจัน: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงไซสมบูน: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงบอลิคำไซ: มีอยู่ทุกเมือง
- แขวงคำม่วน: มีอยู่ทุกเมือง
- นะคอนหลวงเวียงจันทน์: มีอยู่ทุกเมือง
ประวัติความเป็นมา และชื่อเรียก
ชนเผ่ากึมมุ หนึ่งในวงศาคณาญาติแห่งชาติลาว จากการค้นคว้าหาข้อมูลของนักประวัติศาสตร์หลายประเทศทำให้รู้ว่าประวัติความเป็นมามีความคล้ายกับชนเผ่าที่อยู่ในหมวดภาษามอญ-ขะแม ชนเผ่าเหล่านี้ัมีเชื้อสายเกี่ยวข้องกับชนชาติขอม ที่มาจากเผ่าอินเดียโบราณในท้ายศตวรรษที่ 9 ที่ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในใจกลางสุวรรณภูมิ ใจกลางสุวรรณภูมิหมายถึงประเทศลาว และย้ายมาอยู่แถว 12 ปันนา ประเทศจีน แล้วเกิดศึกขุนเจือง, ขุนลอ และมีจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ตามป่า
ในตอนนั้นยังมีขบวนของท้าวยี่ขุนเจือง 7 พี่น้องขับไล่ชนเผ่ากึมมุ จำนวนหนึ่งตกค้างอยู่แถวริมโขง จำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ริมน้ำอู และจำนวนหนึ่งตกค้างอยู่ตามป่า สาเหตุของการเคลื่อนย้ายมาจากศึกของขุนเจืองเป็นผู้ขับไล่ในสมัยโบราณประมาณ 700 กว่าปี
ชนเผ่ากึมมุในแต่เชื้อสาย จะเรียกคำว่า “กึมมุ” โดยมีการผันเสียงแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย เช่นคำแรก เรียกเป็น “กึม (มุ) “, “เคอ (มุ)”, “ขะ (มุ)”, “กำ (มุ)” ส่วนคำที่สองคือคำว่า “มุ” นี่เรียกเหมือนกันหมด ส่วนชื่อเรียกที่ใช้อย่างเป็นทางการ คือคำว่า “กึมมุ” นั่นเอง
คำที่ว่า “กึมมุ” มีความหมายว่า “คน” และคนในที่นี้มีความหมายเจาะจงถึงเผ่าของตนเองเท่านั้น, ชนเผ่ากึมมุประกอบมีหลายเชื้อสาย เช่น กึมมุรอก, กึมมุอู, กึมมุลื้อ, กึมมุแควน, กึมมุยวน, กึมมุเจือง, กึมมุครอง, กึมมุแม, กึมมุกะสัก แต่ละเชื้อสายของชนเผ่ากึมมุ ได้ตั้งถิ่นฐานภูมิลำเนาตามสถานที่ต่างกัน
อาชีพของชนเผ่ากึมมุ
ลักษณะทางเศรษฐกิจของชนเผ่ากึมมุ คือประกอบอาชีพทางด้านกสิกรรม อย่างการทำไร่ปลูกข้าวเหนียว, ปลูกพืชต่างๆ เพื่อใช้สำหรับชีวิตประจำวัน การเลี้ยงสัตว์ก็เป็นกิจการที่สำคัญในสังคมของชนเผ่านี้ สัตว์ที่พวกเขาชอบเลี้ยงคือหมู, หมา, วัว, ควาย, แพะ และสัตว์ปีกเพื่อประกอบในพิธีกรรมต่างๆ เช่นเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน เคียงคู่กันนั้น ชนเผ่ากึมมุยังมีการเก็บของป่าของดงเพื่อเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนอยู่ตามตลาด หรือแลกเปลี่ยนกันกับชนเผ่าอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
ที่ตั้งบ้านเรือน
ลักษณะบ้านของชนเผ่ากึมมุตามประเพณี มักปลูกบ้านมีชาน จะมีการจัดห้องตามความเหมาะสมของจำนวนสมาชิกในครอบครัว บ้านจะถูกกั้นเป็นสองห้อง ห้องในสำหรับพ่อแม่ มีเตาไฟเฉพาะนึ่งข้าว ห้องข้างนอกเอาไว้สำหรับรับแขก และมีเตาไฟสำหรับทำอาหาร เวลามีแขกมาก็จะได้อยู่แต่ห้องด้านนอก, ไม่ให้นอนขวางตัวบ้าน ตอนกลางวันไม่ให้นำเนื้อสัตว์ดิบต่างๆ ที่ไม่ได้หุ้มห่อขึ้นบ้าน และไม่ให้แบกเสื่อที่ใช้ปูนอน หรือเสื้อสำหรับรองเท้าเข้าผ่านบ้านโดยเด็ดขาด
เครื่องนุ่งห่ม
ชนเผ่ากึมมุมีเรื่องนุ่งห่มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองที่ทำมาจากฝ้าย, ย้อม และประดับประดาตามแต่ละประเภท ปัจจุบันนี้การแต่งตัวของบางเชื้อสายจะมีให้เห็นแต่ตอนมีงานบุญประเพณีเท่านั้น สำหรับวันธรรมดาแล้วพวกเขาจะชอบใส่เครื่องสำเร็จรูปที่ซื้อจากตลาด
อาหาร และเครื่องดื่ม
ชนเผ่ากึมมุ นิยมกินข้าวเหนียวที่นึ่งด้วยไห อาหารประเภทต่างๆ เช่น หมกใส่ข้าวเปียน, เอาะหลาม, ปิ้ง, แกง, ลาบ ซึ่งได้มีการปรุงแต่งอาหารด้วยพริก, เกลือ, ตะไคร้, ใบแมงลัก, ผักอิ้น, ข่า ที่มีรสชาดเผ็ด และเค็ม ส่วนการดื่ม คือการดื่มเหล้าไห, ดื่มน้ำดิบที่ตักมาจากห้วย และสูบยาเส้นพันด้วยใบตองแห้ง
ความเชื่อถือ
ตามประเพณีแล้ว บุญเกรี จะจัดขึ้นในท้ายเดือน 1 หรือว่าต้นเดือน 2 ของทุกๆ ปี ฉนัน ภายหลังเก็บเกี่ยวข้าวสำเร็จแล้ว ข้าวได้มีการจัดเตรียมเพื่อทำบุญดังกล่าว ซึ่งก่อนอื่นทั้งหมดจะต้องมีการจัดเตรียมวัตถุปัจจัยบางอย่างโดยเฉพาะอาหารการกินเช่น วัว, ควาย, หมู, ไก่ ข้าวสาร, เผือก, มัน, เหล้าไห, เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ มีการฝึกอบรมศิลปะการแสดง เครื่องดนตรี และอื่นๆ
ตามความเชื่อของชนเผ่ากึมมุ นับถือบรรพบุรุษของตนตลอดมา อยู่ในเรือนมีหิ้งบูชาผี เวลาที่ทำพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนนั้น รวมมีผีพ่อแม่, ผีปู่ย่า, ตายาย นอกจากนั้น ชนเผ่ากึมมุยังนับถือผีบ้าน, ผีเมือง, ผีฟ้า, ผีแถน, ผีป่า, ผีน้ำ, ผีที่พวกเขากลัวที่สุดคือผีปอบ ฉนันแต่ละบ้านจึงจำเป็นต้องมีหมอผีอย่างน้อยหนึ่งคน ปัจจุบันนี้ชนเผ่ากึมมุจำนวนหนึ่งได้หันมานับถือศาสนาต่างๆ เช่น ศาสนาพุทธ, เยซู และอื่นๆ
เครื่องดนตรี และศิลปะพื้นเมือง
ด้านศิลปะ วรรณคดีมีความอุดมสมบูรณ์ในแต่ละเชื้อสาย ล้วนมีการขับลำต่างๆ หลายชนิด และมีเครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์สร้างจากไม้ป่อง นอกจากนี้ยังมีนิทานพื้นเมือง, คำผยา และบทฟ้อนประจำเผ่าคือ ฟ้อนดาบ และฟ้อนทั่งบั้ง
ภาษาพูด
ชนเผ่ากึมมุ มีภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีตัวหนังสือเขียน มาถึงปี 1980 มีนักอักษรศาสตร์จำนวนหนึ่งได้ค้นคว้า และใช้ตัวอักษรละตินเป็นตัวหนังสือของชนเผ่ากึมมุ ปัจจุบันตัวอักษรดังกล่าวยังคงตัวอยู่ แต่ไม่ได้เอาไปใช้อย่างกว้างขวาง (ใช้สำหรับนักค้นคว้า)
ภาษากึมมุจัดอยู่ในหมวดภาษามอญ-ขะแม แต่ละเชื้อสายของชนเผ่ากึมมุจะมีภาษาพูดต่างกันเล็กน้อย คนชนเผ่ากึมมุยังชอบเรียนภาษาชนเผ่าอื่นๆ เช่น ภาษาเผ่าลาว และภาษาของบางคนเผ่าที่อยู่ใกล้เคียง
การเปรียบเทียบภาษาลาว กับภาษากึมมุ
| ลำดับ | ภาษาลาว | คำอ่านภาษาไทย | ภาษากึมมุ | คำอ่านภาษาไทย |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ສະບາຍດີ | สะบายดี | ສຶມມ່າຍເລີ້ | สึมม่ายเล้อ |
| 2 | ໂຊກດີ | โซกดี | ໂຊກເລີ້ | โซกเล้อ |
| 3 | ຂອບໃຈ | ขอบใจ | ຂອບຫຣືເຍືອຽມ | |
| 4 | ຂໍໂທດ | ขอโทษ | ຂໍສູ່ມາ | ขอสู่มา |
| 5 | ເຈົ້າຊື່ຫຍັງ? | เจ้าซื่อหยัง? | ຊຶງເມີ້ະບາເປີ້ະເມຶ໋ | ซึงเมอะบาเป้อเหมอ |
| 6 | ເຮັດຫຍັງຢູ່? | เฮ็ดหยังอยู่? | ແຕ່ງເມີ່ | แต่งเม่อ |
| 7 | ກິນເຂົ້າແລ້ວບໍ? | กินเข้าแล้วบอ? | ເບີ້ະມະແລ້ວໂອ໋ະ | เบอะมะแล้วโอ๋ะ |
| 8 | ລາກ່ອນ | ลาก่อน | ເຢາະເບີເອີມ | เยาะเบอเอิม |
| 9 | ພົບກັນໃໝ່ | พบกันใหม่ | ບຶ້ມເຢ່າະຫຶມເມະ | บึมเยอะหึมเมะ |
| 10 | ບໍ່ເປັນຫຍັງ | บ่อเป็นหยัง | ອຳແຢລເມິ່ | อำแยลเมอะ |
ข้อมูลหนังสือ
ชื่อเรื่อง
เอกลักษณ์ของชนเผ่า กึมมุ (ເອກະລັກຂອງຊົນເຜົ່າ ກຶມມຸ)
ปีที่พิมพ์
2015
จัดพิมพ์โดย
กรมชนเผ่า ศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ (ກົມຊົນເຜົ່າ ສູນກາງແນວລາວສ້າງຊາດ) ร่วมกับ Click

