Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    Facebook X (Twitter) Instagram YouTube
    Login
    ลาวสแควร์ลาวสแควร์
    • ห้องข่าว
    • ศูนย์ข้อมูล
      • จดทะเบียนสมรสไทยลาว
      • ประวัติบุคคลสองฝั่งโขง
      • ลงทะเบียนเข้าไทย Online
      • ลงทะเบียนเข้าลาว Online
        • ขาเข้า (Arrival)
        • ขาออก (Departure)
      • จองคิวรับรองเอกสารกงสุลไทย
    • ภาษาลาว
    • มีเดีย
      • ฟอนต์ลาว
      • อีบุ๊ก (E-Book)
      • อีด็อก (E-Doc)
      • อีฟอร์ม (E-Form)
    • Portfolio
      • งานออกแบบ
        • Graphics
        • 3D Graphics
        • Presentation
      • งานถ่ายภาพ
        • บุคคล
        • อีเว้นท์
        • กีฬา
        • สถาปัตยกรรม
      • งานผลิตวีดีโอ
      • งานบริหาร & Organize
    • ติดต่อเรา
      • บริการ
        • แปลเอกสารไทยลาว
      • ทีมตากล้อง
    ลาวสแควร์ลาวสแควร์
    หน้าแรก » ห้องข่าว » 3 ประเทศ ชง ICAO เปิดเส้นทางบินใหม่ต้นปี 69 เชื่อมน่านฟ้าไทย ลาว จีน

    3 ประเทศ ชง ICAO เปิดเส้นทางบินใหม่ต้นปี 69 เชื่อมน่านฟ้าไทย ลาว จีน

    มี.ค. 28, 2024Updated:ก.ค. 21, 2025108 Views
    Facebook Twitter WhatsApp Email Copy Link
    ICAO เปิดเส้นทางบินใหม่ต้นปี 69

    วิทยุการบิน เผย 3 ประเทศหารือ เสนอ ICAO เปิดเส้นทางบินใหม่ผ่านน่านฟ้า ไทย ลาว จีน รับดีมานด์เที่ยวบินเพิ่ม 2 แสนเที่ยวบินต่อปี คาดเปิดใช้ปี 2569 ทั้งเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบิน ทำเส้นทางบินคู่ขนานเชื่อมภูมิภาคดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน

    นายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินเห็นสัญญาณว่าในภูมิภาคเอเชียจะมีอัตราการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะตลาดจีน และอินเดีย ปัจจัยจากปริมาณการสั่งซื้อเครื่องบินที่มีรวมมากกว่า 1 พันลำ

    ส่งผลให้วิทยุการบินต้องวางแผนบริหารน่านฟ้าให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือร่วม 3 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย, ลาว และ จีน

    ศึกษาความเหมาะสมของการเปิดเส้นทางบินใหม่ ที่จะรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 แสนเที่ยวบินต่อปี เพิ่มเป็น 2 แสนเที่ยวบินต่อปี

    ปัจจุบันการเดินทางไปจีน จะต้องใช้เส้นทางบินเดียวเป็นประตูเข้าออกที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนดไว้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของน่านฟ้าลาว มีชื่อ SAGAG เป็นชื่อจุดรายงานบนเส้นทางบิน A581 และ B218 ซึ่งอยู่ระหว่างเขตรอยต่อของ FIR (Flight Information Region) หรือเขตแถลงข่าวการบินของจีนและ ลาว และมีจุดกึ่งกลางที่เป็นคอขวดมีความแออัดของเที่ยวบินในบริเวณนั้น ซึ่งช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เที่ยวบินจำเป็นต้องรอเข้าคิวเพื่อบินผ่านจุดนี้หลายชั่วโมง

    ทำให้วันนี้ทั้ง 3 ประเทศกำลังมาคุยกันว่า จะต้องศึกษาเส้นทางบินใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้สายการบิน ลดความแออัดของน่านฟ้า โดยจะเป็นเส้นทางบินคู่ขนานกับเส้นทางเดิม

    เส้นทางบินใหม่ผ่าน 3 น่านฟ้า ไทย - ลาว - จีน
    เส้นทางบินใหม่ผ่าน 3 น่านฟ้า ไทย - ลาว - จีน

    สำหรับสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือร่วม 3 ประเทศ เพื่อเตรียมนำข้อมูลเสนอไปยังสำนักงานการบินพลเรือนของแต่ละประเทศ ก่อนเสนอไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) พิจารณาอนุมัติ ตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบิน ก่อนประกาศใช้เส้นทางบินใหม่นี้ เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จเพื่อประกาศใช้เส้นทางบินใหม่ในต้นปี 2569 

    ทั้งนี้นอกจากจะส่งผลให้ 3 ประเทศ มีทางเลือกในการทำการบินเชื่อมต่อกันเพิ่มขึ้นแล้ว จะยังเป็นทางเลือกให้สายกายการบินจากทุกประเทศ สามารถบินผ่านเส้นทางการบินนี้ได้ด้วย

    ทั้งนี้ ปัจจุบันดีมานด์การเดินทางจากจีนเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีเที่ยวบินบินเข้าไทยฟื้นตัวราว 80% หากเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ประกอบกับตลาดอินเดียยังเป็นตลาดใหม่มาแรงที่เติบโตต่อเนื่อง

    ส่งผลให้ในปี 2567 วิทยุการบินคาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินบินเข้าไทยรวมกว่า 9 แสนเที่ยว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีปริมาณ 8 แสนเที่ยว และจะฟื้นตัวกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติในปี 2568 มีจำนวน 1 ล้านเที่ยว

    เช่นเดียวกับรายได้ของวิทยุการบินใน ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.1 – 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีจำนวน 1 หมื่นล้านบาท และจะกลับสู่สถานการณ์ปกติในปี 2568 มีรายได้รวม 1.3 หมื่นล้านบาท 

    ขณะเดียวกันเมื่อรัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค วิทยุการบินก็พร้อมสนับสนุนผลักดันนโยบายของรัฐบาลโดยมุ่งเน้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน 

    ทั้งนี้วิทยุการบินได้จัดทำเส้นทางบินแบบคู่ขนาน (Parallel Routes) ทางด้านเหนือไปยังสนามบิน เชียงใหม่ เชียงราย และเส้นทางบินแยกย่อยไปยังสนามบินต่างๆ ในภาคเหนือ รวมถึงการเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศเพื่อรองรับเที่ยวบินจากประเทศจีน ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงไปยังเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน เช่น คุนหมิง กุ้ยหยาง เฉิงตู เทียนฟู ฉงชิง ซีอาน

    ด้านตะวันออก ได้จัดทำเส้นทางบินคู่ขนานระหว่างประเทศรองรับเที่ยวบินจากกัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ในขณะที่ด้านใต้ ได้จัดทำเส้นทางบินคู่ขนานในประเทศรองรับเที่ยวบินไปยังสนามบิน ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ตรัง และเส้นทางบินคู่ขนานระหว่างประเทศ รองรับเที่ยวบินจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ส่วนด้านตะวันตก อยู่ระหว่างจัดทำเส้นทางบินคู่ขนานระหว่างประเทศ เพื่อรองรับเที่ยวบินจากอินเดีย บังคลาเทศ และยุโรป 

    ทั้งนี้ การจัดทำเส้นทางบินคู่ขนานใช้เทคโนโลยี Performance Based Navigation (PBN) ในการนำร่องแบบ RNAV2 ที่มีการกำหนดทิศทางการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการจราจรทางอากาศ ช่วยลดระยะทางการบิน ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรทางอากาศจากทุกทิศทาง

    ในส่วนของการให้บริการจราจรทางอากาศนั้น การบริหารจัดการความคล่องตัว (Air Traffic Flow Management: ATFM) ช่วยทำให้เกิดความสะดวก คล่องตัว ลดผลกระทบการล่าช้าของเที่ยวบินในช่วงเวลาที่มีปริมาณการจราจรทางอากาศหนาแน่น ในขณะที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานทางวิ่ง (High Intensity Runway Operation: HIRO) จะช่วยเพิ่มการรองรับเที่ยวบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ถึง 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และท่าอากาศยานดอนเมือง 60 เที่ยวบินต่อชั่วโมง 

    นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการเที่ยวบินขาเข้า คือ ระบบ Arrival Manager (AMAN) และการจัดการเที่ยวบินขาออกด้วยระบบ Intelligent Departure (iDep) มาใช้ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ เที่ยวบินสามารถทำการบินได้ตรงเวลาตามตารางการบิน รวมทั้งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างห้วงอากาศ (Airspace) ของสนามบินที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันเพื่อให้สามารถรองรับเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น 

    โดยแบ่งเป็นการดำเนินงาน 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา กลุ่มที่ 2 สนามบินภูเก็ต สนามบินกระบี่ และสนามบินอันดามัน กลุ่มที่ 3 สนามบินเชียงใหม่ สนามบินลำปาง และสนามบินล้านนา ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน

    ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

    Related

    ICAO ข่าวการท่องเที่ยว จีน ลาว วิทยุการบิน ศูนย์กลางการบิน อุตสาหกรรมการบิน ไทย
    Share. Facebook Twitter Email WhatsApp Copy Link

    โพสต์ ที่เกี่ยวข้อง

    ขั้นตอน และวิธีการยื่นเอกสารการแต่งงานระหว่างคนลาว กับคนต่างประเทศ

    มิ.ย. 10, 202517 Views

    สวนวัฒนธรรมเชียงควน: สวนปริศนาธรรมที่น่าค้นหาในลาว

    ต.ค. 5, 202479 Views

    ตลาดมืดริมโขง เวียงจันทน์: สวรรค์ของนักช้อปและนักชิม

    ต.ค. 5, 2024299 Views

    Laosquare Services

    เว็บแหล่งข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ด้านเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ สำหรับคนไทยใช้ชีวิตอยู่ใน สปป.ลาว และคนลาวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

    Facebook X (Twitter) YouTube WhatsApp
    โพสต์ล่าสุด

    วิธีต่อวีซ่าติดตามสามีไทย จาก 3 เดือนเป็น 1 ปีทำอย่างไร?

    ธ.ค. 10, 202553 Views

    ฟอนต์ ลาว สีวิไล (Lao Sivilay)

    พ.ย. 18, 202578 Views

    ฟอนต์ ลาว สีพันดอน (Lao Siphandon)

    พ.ย. 18, 202569 Views
    โพสต์ยอดนิยม

    เพลงชาติประเทศลาว พร้อมเนื้อร้องแปลภาษาลาว เป็นภาษาไทย (คาราโอเกะ)

    ธ.ค. 6, 20236,527 Views

    เพลงชาติประเทศไทย พร้อมเนื้อร้องแปลภาษาไทย เป็นภาษาลาว (คาราโอเกะ)

    พ.ค. 19, 20245,773 Views

    ฟอนต์ โนโต ซานส์ ลาว (Noto Sans Lao)

    ธ.ค. 1, 20235,165 Views

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    Sign In or Register

    Welcome Back!

    Login below or Register Now.

    Continue with Google
    Lost password?

    Register Now!

    Already registered? Login.

    Continue with Google

    A password will be e-mailed to you.