หลังจากได้รับอนุมัติวีซ่าติดตามคู่สมรสผ่านระบบ Thai E-Visa และเข้าประเทศไทยมาด้วย E-Visa เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คู่สมรสฝ่ายลาวของเรา ก็จะสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 3 เดือน ถ้าเราไม่ต้องการจะอยู่ต่อ ก็สามารถกลับออกนอกประเทศไทยได้เลยภายในวันที่ระบุไว้ในตราประทับของ E-Visa แต่ถ้าต้องการจะอยู่ต่อ ก็สามารถทำได้ โดยการยื่นเรื่องขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำจังหวัดที่คู่สมรสฝ่ายไทยอาศัยอยู่ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ลงตราประทับออก และลงตราประทับเข้า เหมือนตอนยังไม่มีวีซ่า ซึ่งถ้าเรื่องการขออยู่ต่อผ่านการอนุมัติ คู่สมรสฝ่ายลาว ก็จะสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ต่ออีกเป็นเวลา 365 วัน หรือ 1 ปี
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อคู่รักชาวไทย ได้มีการจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายของไทย กับคู่รักชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติใดก็ตาม เป็นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอน
ในกรณีของผู้เขียนเอง มีความต้องการให้คู่สมรสอยู่ไทยต่ออีก 1 ปี หรือมากกว่านั้น เพื่อช่วยดูแลครอบครัว ดังนั้นผู้เขียนจึงไปที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำจังหวัดปทุมธานี ที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ เพื่อสอบถามให้แน่ใจ ถึงวิธีการยื่นเรื่องขออยู่ต่อของภรรยาชาวลาวของผู้เขียน สำหรับที่ ตม. ปทุมธานี (ไม่แน่ใจว่า ตม. จังหวัดอื่นจะบริการแบบเดียวกับกับที่ปทุมธานีไหม) เมื่อไปถึงให้เข้าไปที่จุดประชาสัมพันธ์ และแจ้งว่า “จะมายื่นคำร้องขออยู่ต่อให้คู่สมรสชาวลาว” เจ้าหน้าที่ก็จะจัดชุดเอกสารมาให้เรา 1 ชุด
โดยรายการเอกสารที่ผู้เขียนได้มาจาก ตม. ปทุมธานี มีทั้งหมด 9 รายการ และรายการเอกสารที่เราต้องเตรียมเพิ่ม เพื่อประกอบการยื่นคำร้อง รวมทั้งหมดก็มีเอกสารประมาณ 20 รายการบวกลบนิดหน่อย ตามรายละเอียดข้างล่างนี้
หมายเหตุ ข้อมูลด้านล่างนี้ เป็นของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอาจมีความแตกต่างกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอื่น อันเนื่องจากการบริหารจัดการองค์กรที่อาจมีความแตกต่างกัน
1. แบบคำขอ ตม. 7
เอกสาร ตม.คำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (แบบ ตม. 7)
- ชื่อคู่สมรสฝ่ายลาว ให้ใส่เป็นภาษาอังกฤษ ให้ตรงกับใน Passport
- จุดที่ให้ใส่ข้อมูลปี ให้ใส่ปี พ.ศ.
- บัตรขาเข้า/ขาออก (ตม.6) ใส่หมายเลข TDAC ที่ลงทะเบียนไว้ตอนเข้าประเทศไทย
2. สำเนาหนังสือเดินทาง คู่สมรสฝ่ายลาว
เอกสารเตรียมเอง- สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
- ใบ Thai E-Visa
- บัตรขาเข้า/ขาออก (ตม.6)
- สำเนาหน้าพาสปอร์ตที่มีตราประทับ ทุกหน้า !!
- *คู่สมรสฝ่ายลาว เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
5. แบบฟอร์ม สตม. 2, 9, 10 และ 11
เอกสาร ตม.ชื่อคู่สมรสฝ่ายลาวในเอกสาร ต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ให้เหมือนในหนังสือเดินทาง, และเซ็นชื่อทุกแห่งตามเอกสารตัวอย่างด้านล่างนี้
- (สตม. 2) หนังสือรับทราบหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
- (สตม. 9) หนังสือรับทราบแนวทางปฏิบัติการห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรกรณีคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ 1/2558 เรื่องการไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558
- (สตม. 10) บันทึกถ้อยคำรับรองการเป็นครอบครัวของผู้มีสัญชาติไทย
- (สตม. 11) บันทึกความยินยอมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การขอรับการตรวจลงตรา หรือการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา หรือการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
6. เอกสารแสดงความสัมพันธ์
เอกสารเตรียมเองเอกสารคัดจากอำเภอ ใช้งานได้ 60 วัน
- หากสมรสในประเทศไทย
- สำเนาใบสำคัญการสมรส (คร. 3) *คู่สมรสทั้งสองฝ่าย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- ทะเบียนการสมรส (คร. 2) ฉบับจริง ถ้าจดทะเบียนสมรสเกิน 2 เดือน ต้องไปคัด คร.2 มาใหม่ที่อำเภอที่ท่านจดทะเบียนสมรส *คู่สมรสทั้งสองฝ่าย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- หากสมรสที่ต่างประเทศ ใช้สำเนาใบสำคัญการสมรสที่จดที่ต่างประเทศ (แปลเป็นภาษาอังกฤษ และรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุลของไทย) และไปขอคัดทะเบียนบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร. 22) จากอำเภอ *คู่สมรสทั้งสองฝ่าย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
- สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของสามี *คู่สมรสฝ่ายไทย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
- สำเนาสูติบัตร, บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน ของบุตรทุกคน (ถ้ามี)
- กรณีบุตรที่เป็นเด็กเล็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชน ให้เตรียมสูติบัตร + ทะเบียนบ้านที่มีชื่อเด็ก *คู่สมรสฝ่ายไทย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
- กรณีบุตรที่มีบัตรประชาชน ให้เตรียมบัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านของบุตรคนนั้น *บุตรที่เป็นเจ้าของเอกสาร เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
7. สำเนาใบอนุญาตทำงาน บต. 53 และ ภ.ง.ด. 91
เอกสารเตรียมเองหากคนต่างด้าวทำงานในไทย หรือเคยทำงานปีที่แล้ว ให้แนบสำเนาใบอนุญาตทำงาน (และแบบ บต. 53) และแบบ ภ.ง.ด. 91 ปีล่าสุด พร้อมใบเสร็จรับเงินจากสรรพากร ด้วย *คู่สมรสฝ่ายลาว เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
8. สำเนาใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (ตม. 30)
เอกสาร ตม.วันที่เราไปยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตอยู่ต่อในไทย เจ้าหน้าที่จะให้เรานำใบ ตม.30 นี้ ไปแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า เจ้าบ้าน ได้มีการรับคู่สมรสชาวลาว ที่เป็นคนต่างด้าว เข้าพักในบ้านของเจ้าบ้าน โดยมีบัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่เข้าพักอาศัยแยกต่างหากอีก 1 ใบ สำหรับค่าธรรมเนียมในการแจ้งคือ 60 บาท
10. เอกสารที่พัก
เอกสารเตรียมเอง- สำเนาสัญญาเช่า (ถ้ามี) ที่ยังไม่หมดอายุ (ต้นฉบับติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย, สำเนาติด 5 บาท)
- กรณีให้ผู้อื่นทำสัญญาแทนผู้มีกรรมสิทธิ์ ให้แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
- สำเนาบัตรประชาชนผู้ให้เช่า, เจ้าบ้าน *เจ้าบ้านเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วย
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน, สัญญาซื้อขาย, โฉนดที่ดิน *เจ้าบ้านเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วย
11. แผนที่บ้านพักอาศัย
เอกสารเตรียมเองแสดงเส้นทางจากบ้านพัก ถึง ตม. ประจำจังหวัดที่คู่สมรสฝ่ายไทยอาศัยอยู่ และให้เน้นจุดสังเกตใกล้บ้านพัก เช่น ชื่อซอย, ชื่อถนน *คู่สมรสทั้งสองฝ่าย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
12. รูปถ่ายคนต่างด้าว และครอบครัว
เอกสารเตรียมเองถ่าย ณ ที่พักปัจจุบัน ไม่เกิน 1 เดือน งดเซลฟี่ *คู่สมรสทั้งสองฝ่าย เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ในเอกสารทุกใบ
- รูปหน้าบ้าน 2 รูป ให้เห็นลักษณะตัวบ้านมุมกว้าง และเห็นบ้านเลขที่ติดถาวร ห้ามใช้กระดาษเขียนแล้วแปะ
- ในบ้าน 2-4 รูป ตามห้องต่างๆ ไม่ถ่ายใกล้เกินไปจนไม่เห็นพื้นที่ภายใน
- รูปหน้าบ้าน ถ้าถ่ายเซลฟี่ ต้องกลับด้านรูป เพื่อให้เห็นบ้านเลขที่ที่สามารถอ่านได้ (ไม่ใช่เลขกลับด้าน)
- ถ้าปริ้นเป็นรูปถ่าย ให้นำรูปถ่ายไปแปะลงบนกระดาษ A4 แผ่นละ 1 รูป แต่ถ้าสามารถปริ้นท์ด้วยเครื่องพิมพ์ได้ ก็ให้ปริ้นลงบนกระดาษ A4 โดยตรงเลยก็ได้
13. แบบสอบปากคำ คนต่างด้าวสมรสกับคนไทย และคู่สมรสคนไทย
เอกสาร ตม.อันนี้เป็นใบสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ ที่จะสอบปากคำเรา กับคู่สมรสชาวลาว เป็นข้อมูลพื้นฐานพอเป็นพิธี จริงๆ แล้วใบสอบปากคำนี้ ตำรวจ ตม. จะเป็นคนเขียน แต่เนื่องจากเรื่องที่เรายื่น เป็นเรื่องที่ไม่มีรายละเอียดซับซ้อน ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงอะไร และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณา เราจึงสามารถเขียนเองได้ ตามตัวอย่างเลย
การจัดเรียง เอกสาร
เนื่องจากเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำร้องขออยู่ต่อนี้ มีเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาคำร้อง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงขอให้เราผู้ยื่นคำร้อง จัดเรียงเอกสารให้เรียบร้อย ตามรายการดังต่อไปนี้
- แบบคำขอ ตม. 7 คำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป
- สำเนาหนังสือเดินทาง ของคู่สมรสฝ่ายลาว
- ใบ Thai E-Visa ของคู่สมรสฝ่ายลาว
- บัตรขาเข้า/ขาออก (ตม.6) ของคู่สมรสฝ่ายลาว
- สำเนาหน้าพาสปอร์ต ที่มีตราประทับทุกหน้า ของคู่สมรสฝ่ายลาว
- แบบ สตม. 2 หนังสือรับทราบหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
- แบบ สตม. 9 หนังสือรับทราบแนวทางปฏิบัติการห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรกรณีคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ 1/2558 เรื่องการไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558
- แบบ สตม. 10 บันทึกถ้อยคำรับรองการเป็นครอบครัวของผู้มีสัญชาติไทย
- แบบ สตม. 11 บันทึกความยินยอมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การขอรับการตรวจลงตรา หรือการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา หรือการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
- สำเนา ใบสำคัญการสมรส (คร. 3) เอกสารที่คล้ายใบประกาศ
- ทะเบียนการสมรส (คร. 2) ฉบับจริง ห้ามเกิน 2 เดือนหลังวันจดทะเบียนสมรส
- สำเนา บัตรประชาชน คู่สมรสฝ่ายไทย
- สำเนา ทะเบียนบ้าน คู่สมรสฝ่ายไทย
- สำเนาใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (ตม. 30)
- หนังสือรับรองที่พักอาศัย เขียน และเซ็นรับรองโดยเจ้าบ้าน
- สำเนา บัตรประชาชน ของเจ้าบ้านที่ฝ่ายคนลาวเข้าไปพักอาศัย
- สำเนา ทะเบียนบ้าน ของเจ้าบ้านที่ฝ่ายคนลาวเข้าไปพักอาศัย
- แผนที่บ้านพักอาศัย แสดงรายละเอียดเส้นทางจากบ้าน ถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดที่ไปยื่นเรื่อง
- รูปถ่ายคู่สมรสฝ่ายลาว และครอบครัว
- แบบสอบปากคำ คนต่างด้าวสมรสกับคนไทย และคู่สมรสคนไทย
ขั้นตอนการ ดำเนินการ
เมื่อเราจัดเตรียมเอกสารข้างต้นจนครบแล้ว ให้เรานำไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบ ถ้าเอกสารครบถ้วน และถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็จะให้เรานำเอกสารไปถ่ายเพิ่มอีก 1 ชุด แล้วกลับไปยื่นใหม่ ก็จะได้บัตรคิวเพื่อรอพบเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง
เมื่อถึงคิวของเรา ให้เรานำเอกสารไปยื่น และจ่ายเงินค่าธรรมเนียมจำนวน 1,900 บาท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้เราสแกน QR Code เพื่อแอดไลน์ของทาง ตม. โดยไลน์นี้ จะใช้เพื่อการตรวจสอบคำร้องของเรา เมื่อถึงกำหนดวันนัดฟังผลคำร้อง ให้เราใส่เลขคำร้อง ผลการพิจารณาก็จะปรากฎให้เห็นผ่านไลน์ได้ในทันที
หลังจากนั้น เราก็รอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร เมื่อเอกสารเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกเราไปรับพาสปอร์ตของคู่สมรสฝ่ายลาว ที่ตอนนี้มีตราประทับวันนัดรอฟังผลคำร้องอยู่ในหน้าพาสปอร์ตแล้ว และแจ้งว่าภายใน 7 วันจะมีเจ้าหน้าที่จาก ตม. เดินทางไปเยี่ยมที่บ้านที่เราระบุไว้ในคำร้อง จากนั้นก็รอเรียกคิวเพื่อถ่ายรูป เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็กลับบ้านได้เลย รอให้ถึงวันนัด
หลังจากผู้เขียนพาคู่สมรสชาวลาวกลับมาบ้านได้ประมาณ 2 วัน ทาง ตม. ก็โทรติดต่อมาว่าจะเข้ามาเยี่ยมที่บ้าน ให้เราเตรียมพยาน 2 คนที่ไม่ใช่ญาติ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนของพยานให้พร้อมเมื่อตอน ตม. มาถึง ซึ่งมาเร็วเกินความคาดหมาย ตอนแรกผู้เขียนคิดว่าเขาจะสุ่มมาเสียอีก หรือไม่ก็อาจไม่มาก็ได้ แต่ปรากฎว่ามาจริงๆ และเร็วด้วย
วันที่เจ้าหน้าที่มาถึง ก็ไม่มีอะไรมาก มีการสอบถามพยานนิดหน่อยพอเป็นพิธี เนื่องจากผู้เขียนพักอยู่ในหมู่บ้านใหญ่ ที่มีนิติบุคคลประจำอยู่ เลยขอให้นิติบุคคลมาเป็นพยานให้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี เจ้าหน้าที่ ตม. พูดคุยกับคู่สมรสฝ่ายลาวของผู้เขียนอยู่สักพัก ก็ให้เราถ่ายรูปครอบครัวของเรา ร่วมกับพยาน ในตำแหน่งเดียวกัน มุมเดียวกันกับรูปถ่ายที่เราให้ไว้ตอนยื่นเรื่อง เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็เป็นอันจบขั้นตอน
ที่เหลือก็รอให้ถึงวันนัดฟังผล ซึ่งผู้เขียนยังต้องรออีกประมาณเกือบเดือน เมื่อถึงวันนั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนจะนำมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้รู้กันอีกครั้ง

